กลุ่มงานบริหารยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง2

กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2

(สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์)


วิสัยทัศน์

“เป็นฐานการผลิตภาคการเกษตรและอาหารปลอดภัย อุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

แหล่งท่องเที่ยวชั้นนำเชิงธรรมชาติและศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า

 

พันธกิจ

(1) สร้างและฟื้นฟูทุนธรรมชาติและทรัพยากรน้ำ เพื่อเป็นฐานในการลงทุนทางอุตสาหกรรม เกษตรกรรม และการท่องเที่ยว

(2) เพิ่มผลผลิตด้านการเกษตร อาหาร และส่งเสริมการท่องเที่ยว

(3) พัฒนาสินค้าเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารให้มีคุณภาพปลอดภัย ได้มาตรฐาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

(4) สร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยว พื้นที่เศรษฐกิจ และการค้าชายแดน

(5) ลดความรุนแรงปัญหาการกัดเซาะตลิ่งและชายฝั่ง

(6) การบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน

 

ประเด็นยุทธศาสตร์

(1) การสร้างต้นทุนทางทรัพยากรภาคการเกษตร

(2) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและศักยภาพสินค้าและบริการเพื่อการท่องเที่ยว การค้า  และพื้นที่ทางเศรษฐกิจ

(3) การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

(4) การเพิ่มศักยภาพอุตสาหกรรมด้วยนวัตกรรม (innovation) และแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (creative economy) อย่างยั่งยืน

 

ประวัติและความเป็นมา

ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2551 เห็นชอบการปรับปรุงการจัดกลุ่มจังหวัด จำนวน 18 กลุ่มจังหวัด และตามประกาศคณะกรรมการนโยบายการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ  เรื่อง การจัดตั้งกลุ่มจังหวัดและกำหนดจังหวัดที่เป็นศูนย์ปฏิบัติการของกลุ่มจังหวัด   (ฉบับที่ ๓) ลงวันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง ๒ ประกอบด้วย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดสมุทรสงคราม และจังหวัดสมุทรสาคร โดยมีจังหวัดเพชรบุรีเป็นศูนย์ปฏิบัติการของกลุ่มจังหวัด และให้กลุ่มงานบริหารยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัดในจังหวัดที่เป็นที่ตั้งศูนย์ปฏิบัติการกลุ่มจังหวัด เป็นหน่วยงานบริหารราชการส่วนกลางภายในสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่ทำหน้าที่ระดับปฏิบัติเป็นเจ้าภาพในการประสานยุทธศาสตร์แผนงาน/โครงการ ในระดับกลุ่มจังหวัดรวมทั้งการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัด ประสานงานกับหน่วยงานส่วนกลางที่เกี่ยวข้อง

กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 มีศักยภาพทางการท่องเที่ยวสูงและหลากหลาย ทั้งด้าน
การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และเชิงวัฒนธรรม รวมไปถึงกิจกรรมการท่องเที่ยวต่างๆ ทั้งยังเดินทางไม่ไกลจากกรุงเทพฯ พื้นที่ในกลุ่มจังหวัดโดยเฉพาะเขตพื้นที่อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี และ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้รับความสนใจจากกลุ่มทุนขนาดใหญ่ ที่มาลงทุนทำธุรกิจด้านการท่องเที่ยวและอสังหาริมทรัพย์เป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ รวมไปถึงโครงการด้านอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ทั้งคอนโดมิเนียม และโครงการบ้านจัดสรร ในพื้นที่ จึงเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนให้กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2  มีความโดดเด่นและความน่าสนใจในเรื่องการท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น

 

แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ

จังหวัดเพชรบุรี “เมือง 3 วัง 3 รส 3 ทะเล”

เมือง 3 วัง ประกอบด้วย พระนครคีรี พระรามราชนิเวศน์ และพระราชนิเวศมฤคทายวัน

เมือง 3 ทะเล ประกอบด้วย ทะเลหาดทราย ทะเลโคลน และทะเลหมอก

เมือง 3 รส ประกอบด้วย รสหวานของน้ำตาลโตนด รสเค็มของเกลือสมุทร และรสเปรี้ยวของมะนาว

แหล่งท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบุรี เช่น อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี (เขาวัง) อุทยานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (พระนครคีรี) พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน พระรามราชนิเวศน์ (วังบ้านปืน) หาดชะอำ วัดมหาธาตุวรวิหาร วัดพระพุทธไสยาสน์ วัดใหญ่สุวรรณาราม อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ สวนสนุกและสวนน้ำ Santorini ฟาร์มแกะ Swiss sheep Farm สวนสนุกและฟาร์มอูฐ Camel Republic ศูนย์การค้า The Venezia HuaHin ฯลฯ

จังหวัดสมุทรสงคราม “เมือง 3 น้ำสมุทรสงครามเป็นเมืองที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น คือเป็นเมือง 3 อำเภอ คืออำเภอเมือง อำเภออัมพวา อำเภอบางคนที เมือง 3 น้ำ คือน้ำเค็ม (เวลาน้ำทะเลหนุนสูง น้ำในแม่น้ำแม่กลองจะกลายเป็นน้ำเค็ม) น้ำกร่อย และน้ำจืด (เวลาน้ำทะเลลดระดับลง น้ำในแม่น้ำแม่กลองจะกลับเป็นน้ำจืดเช่นแม่น้ำปกติ) แหล่งท่องเที่ยวจังหวัดสมุทรสงคราม เช่น อุทยาน ร.2 ดอนหอยหลอด ตลาดน้ำอัมพวา วัดบางกุ้ง หลวงพ่อบ้านแหลมวัดเพชรสมุทรวรวิหาร ฯลฯ

จังหวัดสมุทรสาคร “ดงโรงงาน”  มีโรงงานอุตสาหกรรมเป็นจำนวนมาก ปัจจุบันมีโรงงานอุตสาหกรรมจำนวน 6,191 โรงงาน โดยมีโรงงานประเภทต่างๆ เช่นประเภทอาหาร ประเภทสิ่งทอ เสื้อผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า ยาง พลาสติก สิ่งพิมพ์ รวมทั้งโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์ ฯลฯ แหล่งท่องเที่ยวจังหวัดสมุทรสาคร เช่น ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร วัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร อุทยานประวัติศาสตร์พันท้ายนรสิงห์ ตลาดสดมหาชัย หมู่บ้านเบญจรงค์ หลวงพ่อปู่วัดโกรกกราก ฯลฯ

จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ “เมืองสามอ่าว” เมืองประจวบคีรีขันธ์ ถูกขนานนามว่า “เมืองสามอ่าว” มาจากอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์นั้นมีชายหาดติดต่อกัน 3 อ่าว นั่นคือ อ่าวน้อย อ่าวประจวบ และอ่าวมะนาว ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์  แหล่งท่องเที่ยวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เช่น อุทยานราชภักดิ์ อ.หัวหิน เขาตะเกียบ เขาเต่า สวนสนประดิพัทธ์ น้ำตกป่าละอู เพลินวาน ตลาดน้ำสามพันนาม ถ้ำพระยานคร อุทยานแห่งชาติกุยบุรี วนอุทยานปราณบุรี และปากน้ำปราณอ่าวประจวบคีรีขันธ์ อ่าวมะนาว ด่านสิงขร อุทยานแห่งชาติหาดวนกร พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์หว้ากอ สวนน้ำ Navavana Huahin สวนน้ำ Black mountain ฯลฯ

ขนาดที่ตั้งและอาณาเขต

กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 ประกอบด้วย 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดเพชรบุรี และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีพื้นที่รวมกัน 13,881.754 ตารางกิโลเมตร
มีอาณาเขตติดต่อกับกลุ่มจังหวัดใกล้เคียงและประเทศเพื่อนบ้าน ดังนี้

ทิศเหนือ              ติดกับ    กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 (กาญจนบุรี ราชบุรี และสุพรรณบุรี)

ทิศใต้                   ติดกับ    กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย (ชุมพร นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี พัทลุง สงขลา)

ทิศตะวันออก       ติดกับ    ทะเลอ่าวไทย กรุงเทพมหานคร และกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล (นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม และสมุทรปราการ)

ทิศตะวันตก          ติดกับ    สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา

 

ลักษณะภูมิประเทศ

พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่ม โดยมีชายฝั่งทะเลยาว 359 กิโลเมตร ประกอบด้วยจังหวัดสมุทรสาคร 42 กิโลเมตร จังหวัดสมุทรสงคราม 23 กิโลเมตร จังหวัดเพชรบุรี 82 กิโลเมตร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 212 กิโลเมตร และเป็นปากแม่น้ำสำคัญ 4 สาย ที่ไหลลงสู่ทะเลอ่าวไทย คือแม่น้ำท่าจีน แม่น้ำแม่กลอง แม่น้ำเพชรบุรี และแม่น้ำปราณบุรี ด้านทิศตะวันตกในเขตพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์มีลักษณะเป็นที่ราบสูงและภูเขาสูงชัน แล้วค่อยลาดต่ำลงมาทางทิศตะวันออกเกิดเป็นสันปันน้ำแบ่งน้ำส่วนหนึ่งไหลลงสู่พม่า และอีกส่วนหนึ่งไหลมาทางทิศตะวันออกเป็นต้นน้ำของแม่น้ำเพชรบุรี แม่น้ำปราณบุรี และมีแม่น้ำลำคลองหลายสายภูมิประเทศของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 จึงเหมาะแก่การทำนา ทำสวน ทำนาเกลือการประมง และการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง

ลักษณะภูมิอากาศ

ได้รับอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ในฤดูฝน อิทธิพลของลมที่พัดมาจากทิศใต้และอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงฤดูหนาว อุณหภูมิเฉลี่ย 28 องศาเซลเซียสโดยแบ่งฤดูกาลออกเป็น 3 ฤดู ดังนี้

ฤดูร้อน           เริ่มตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ – กลางเดือนพฤษภาคม

ฤดูฝน             เริ่มตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม – กลางเดือนตุลาคม

ฤดูหนาว         เริ่มตั้งแต่กลางเดือนตุลาคม – กลางเดือนกุมภาพันธ์

โครงสร้างพื้นฐาน

การให้บริการโครงสร้างพื้นฐานของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2  แยกเป็นประเภทต่างๆ ดังนี้

  1. ไฟฟ้า การให้บริการไฟฟ้ามีผู้ใช้ไฟฟ้า                 จำนวน   692,994  ราย
  2. ประปา การให้บริการประปามีผู้ใช้น้ำประปา          จำนวน   244,472  ราย
  3. โทรศัพท์ การให้บริการโทรศัพท์มีบริการ             จำนวน  188,054  เลขหมาย

การคมนาคม

ทางบก – ใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 หรือถนนเพชรเกษม เส้นทางกรุงเทพฯ – นครปฐม – ราชบุรี – เพชรบุรี – ประจวบคีรีขันธ์ อีกเส้นทางหนึ่งคือทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 35 หรือถนนพระราม 2 (ธนบุรี-ปากท่อ) กรุงเทพฯ – สมุทรสาคร – สมุทรสงคราม – ราชบุรี (แยกวังมะนาว) – เพชรบุรี

ทางรถไฟ – ใช้ขบวนรถไฟสายใต้ คือ เริ่มจากสถานีรถไฟหัวลำโพง (กรุงเทพฯ) และสถานีรถไฟธนบุรี (บางกอกน้อย) ผ่านนครปฐม ราชบุรี เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ อีกเส้นทางหนึ่งซึ่งเป็นขบวนรถไฟท้องถิ่นเริ่มจากสถานีวงเวียนใหญ่ – มหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร และจากสถานีบ้านแหลม จังหวัดสมุทรสงคราม –
แม่กลอง จังหวัดสมุทรสงคราม

ทางน้ำ – มีท่าเทียบเรือสินค้าขนาดใหญ่ ได้แก่ ท่าเรือประจวบคีรีขันธ์ และท่าเทียบเรือเพื่อการประมงในพื้นที่ของกลุ่มจังหวัด ส่วนในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร และจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นการทางคมนาคมขนส่งทางน้ำภายในจังหวัด

ทางอากาศ – มีเฉพาะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เท่านั้น คือ ท่าอากาศยานหัวหิน (สนามบินบ่อฝ้าย)

แหล่งน้ำสำคัญ

แม่น้ำท่าจีน เป็นแม่น้ำสายสำคัญของจังหวัดสมุทรสาคร มีต้นกำเนิดจากแม่น้ำเจ้าพระยาที่อำเภอ
วัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท ไหลผ่านตอนกลางของพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี  นครปฐม  และไหลผ่านอำเภอกระทุ่มแบน อำเภอเมืองสมุทรสาคร ก่อนที่จะไหลลงสู่อ่าวไทยที่ตำบลท่าฉลอม อำเภอเมืองสมุทรสาครความยาว
325 กิโลเมตร ซึ่งเป็นสายน้ำธรรมชาติที่ใช้เพื่อการเกษตร ครัวเรือนและการคมนาคมขนส่งทางน้ำ

แม่น้ำแม่กลอง เป็นแม่น้ำสายสำคัญของจังหวัดสมุทรสงคราม มีต้นกำเนิดจากจังหวัดกาญจนบุรีไหลผ่านจังหวัดราชบุรี ไหลลงสู่อ่าวไทยที่จังหวัดสมุทรสงคราม ความยาว 100 กิโลเมตร  ซึ่งเป็นแม่น้ำที่ใช้เพื่อการเกษตรและการคมนาคมขนส่งทางน้ำ

แม่น้ำเพชรบุรี เป็นแม่น้ำสายสำคัญของจังหวัดเพชรบุรีมีต้นกำเนิดจากเทือกเขาสูงทางด้านตะวันตกของจังหวัดไหลผ่านอำเภอแก่งกระจาน อำเภอท่ายาง อำเภอบ้านลาด อำเภอเมือง แล้วลงสู่อ่าวไทยที่อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเป็นแม่น้ำที่ใช้เพื่อการเกษตร

แม่น้ำปราณบุรี เป็นแม่น้ำสายสำคัญของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เกิดจากเทือกเขาตะนาวศรี ผ่านอำเภอ
หัวหิน อำเภอปราณบุรี ลงสู่อ่าวไทยที่บ้านปากน้ำปราณบุรีซึ่งเป็นแม่น้ำที่ใช้เพื่อการเกษตร นอกจากนี้ยังมีแหล่งกักน้ำขนาดใหญ่ที่ใช้  ในการชลประทาน และเป็นโรงไฟฟ้าพลังน้ำที่สำคัญสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ คือ เขื่อนแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี